ปากกาลดน้ำหนัก ชื่อนี้เพื่อนๆ อาจจะไม่คุ้นหูหรือไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ก่อนนี้ เรียกได้ว่ากระแสมามากๆ สำหรับปากกาลดน้ำหนัก หรือที่เรียกกันว่า GLP-1 agonist เป็นยาฉีดที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เดิมทีออกแบบมาสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 แต่พบว่าช่วยลดน้ำหนักได้ดีจึงถูกนำมาใช้กันแพร่หลาย อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่ต้องรู้คือยานี้ไม่ใช่ทางลัดมหัศจรรย์และมีข้อควรระวังหลายประการ
ทำความเข้าใจกลไกทำงาน
ปากกาลดน้ำหนักทำงานโดยกระตุ้นฮอร์โมน GLP-1 ในร่างกาย ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ชะลอความเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหาร และลดความอยากอาหาร ผลที่ตามมาคือทานอาหารได้น้อยลงโดยไม่รู้สึกหิวมาก น้ำหนักจึงลดลงตามมา ยี่ห้อยอดนิยมได้แก่ Ozempic, Wegovy และ Saxenda ซึ่งมีสารสำคัญต่างกัน แต่ต้องใช้ภายใต้คำสั่งแพทย์เท่านั้น
ข้อควรระวังสำคัญ
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก และปวดท้อง โดยเฉพาะในช่วงแรกที่เริ่มใช้ บางคนอาจมีอาการรุนแรงจนต้องหยุดใช้ ผลข้างเคียงร้ายแรงแม้จะหาได้ยากก็มี เช่น โรคตับอ่อนอักเสบ ปัญหาถุงน้ำดี หรือความเสี่ยงเกิดเนื้องอกต่อมไทรอยด์ในบางกรณี ห้ามใช้กับผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดเมดัลลารี สตรีตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และผู้ที่มีปัญหาโรคตับอ่อนเรื้อรัง
อีกเรื่องที่ต้องระวังคือหลังหยุดยา น้ำหนักมักจะกลับมาเพิ่มอีกครั้งถ้าไม่เปลี่ยนพฤติกรรมกินและออกกำลังกาย บางคนพึ่งพายาจนขาดไปแล้วรู้สึกว่าควบคุมตัวเองไม่ได้ ราคายังแพงมากอีกด้วย ขวดหนึ่งอาจอยู่ที่หลักหมื่นบาทต่อเดือน ถ้าไม่มีประกันสุขภาพรองรับอาจเป็นภาระทางการเงินหนัก
วิธีใช้งานที่ถูกต้อง
ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอเพื่อประเมินความเหมาะสม แพทย์จะดูดัชนีมวลกาย ประวัติสุขภาพ และตรวจสุขภาพเบื้องต้น ยาจะฉีดเข้าใต้ผิวหนังบริเวณหน้าท้อง ต้นขา หรือแขนสัปดาห์ละครั้งในเวลาเดียวกัน แพทย์จะเริ่มด้วยขนาดต่ำแล้วค่อยๆ เพิ่มทีละน้อยเพื่อให้ร่างกายปรับตัว ห้ามปรับขนาดเองหรือข้ามมื้อฉีดบ่อยๆ
ควบคู่ไปกับยาต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม กินอาหารที่มีประโยชน์ ลดของหวาน ของทอด เพิ่มผัก โปรตีนไร้ไมน และธัญพืชเต็มเมล็ด ดื่มน้ำเยอะๆ และออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 วัน ติดตามอาการตัวเองอย่างใกล้ชิด ถ้ามีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ทันที
สรุปปากกาลดน้ำหนัก สามารถลดน้ำหนักได้จริงไหม ? อาจช่วยได้จริงแต่ไม่ใช่คำตอบเดียว ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำแพทย์ ระวังผลข้างเคียงและข้อห้าม พร้อมกับปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน อย่าหลงเชื่อโฆษณาหรือซื้อมาใช้เองโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาจเสี่ยงต่อสุขภาพได้

